ภูทับเบิก… ทุ่งกะหล่ำสูงเสียดฟ้า ทะเลหมอกสุดสายตา ดาวเดือนเกลื่อนดิน

ผมจดจดจ้องๆจะไปภูทับเบิกให้ได้หลายครั้งหลายครา แต่ก็คลาด ผิดแผนไปเสียทุกที เมื่อช่วงเดียวกันกับปีก่อน เทศกาลวันปิยะฯ นัดหมายกันไว้กับมาดามมาเรีย ที่ใครๆหลายคนอาจรู้จักกันดี ว่าจะไปขึ้นภูทับเบิกกัน มาดามเค้าเช็คข่าวฟ้าฝนวันต่อวัน จนท้ายที่สุดก่อนเดินทาง1วัน ท่านประธานเชงสายข่าวของแกบนภูทับเบิก (หัวหน้าเผ่าหรือเปล่าไม่แน่ใจ) แจ้งมาว่าภูทับเบิกทางขาดผ่านไม่ได้… เลยเปลี่ยนแผนไป อช.ตากสิน ทางขึ้นไปแม่สอดนู้น ปีนี้ วันปิยะฯอีกรอบ ผมก็หมายมั่นปั้นมือไว้ กะว่าต้องไปให้ได้ ก่อนหน้านั้น1สัปดาห์ ฟ้าฝนกระหน่ำน้ำท่วมโคราช ท่วมต่อไปลพบุรี และอีกหลายๆที่ พยากรณ์อากาศ รายงานว่าเพชรบูรณ์ฝนกระจายเกือบเต็มพื้นที่ เช็คข่าวบนอินเตอร์เนต ภูทับเบิกเป็นอย่างไรบ้าง ? เกือบทุกเสียงบอกว่าไม่เหมาะจะไป เลื่อนไปเหอะ น้ำป่ากำลังทะลัก รอฝนซาก่อน… ผมกะลังเห็นโอกาสในวิกฤติ เพราะเทศกาลหยุดยาวแบบนี้ เลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเจอผู้คนล้นหลาม รถติดบนภูเขา ข่าวพยากรณ์ + สภาวะน้ำท่วม อาจช่วยลดกระแสการเลือกภูทับเบิกเป็นเป้าหมายในช่วงวันหยุดสามวันนี้ ผมหวังเช่นนั้น ผมเช็คแค่ว่า สระบุรี ลพบุรีรถผ่านได้หรือไม่ ไปได้… แล้วผมก็ไป โดยไม่รั้งรอ ออกจากบ้านจากบางใหญ่ เกือหกโมงเช้า พร้อมผู้ร่วมทริปอีก 3คน ระยะทาง 422 กม. กะว่าถ้าไม่พักใหน ใช้เวลา 6ชม.นิดๆ บ่ายอ่อนๆก็น่าจะถึงแล้ว การเดินทาง ถนนหลวงหมายเลข2 หมายเลข 21 หมายเลข 2372 และหมายเลข 2331 สระบุรี ผ่านตลอด ลพบุรี ผ่านตลอด เพชรบูรณ์ ก็ผ่านตลอด ไม่มีน้ำท่วม ไม่มีฝนตก ฟ้าปลอดโปร่ง ขอบคุณฟ้าฝนจริงๆ เกือบเที่ยงไปถึงหล่มเก่า ก่อนเลี้ยวซ้ายขึ้นภู ผมตรงเข้าไป แวะทานขนมจีนหล่มเก่า มื้อเที่ยงเสียก่อนขึ้นภู แล้วก็ย้อนกลับมาขึ้นภูไปตามทางคดเคี้ยว สาย 2331 ถนนลาดยางอย่างดีตลอดเส้นทาง เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ผิวถนนมันดีเสียกว่าซอยเข้าบ้านผมที่บางใหญ่เสียเป็นใหนๆ ถนนเส้นนี้รถเก๋งไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ขึ้นได้สบายครับ เห็นแจ้ส วีออส จอดกันเป็นแถว บ่ยั่น ส่วนผมเครื่อง สองพันสามเลยไปโลดหน่อย แต่ก็เคยพาวีออสรุ่นเก่าผ่านเส้นนี้ไปภูหินฯมาแล้วเมื่อกว่าสิบปีก่อน ก็ไปได้ชิลๆ ตอนนั้นถนนผุๆพังๆเสียด้วยซ้ำ วันนี้ ถนนเส้นนี้สุดคลาสสิกมากๆในสายตาผมเลย ผมถ่ายรูปถนนเส้นนี้ในทริปนี้มามากมาย มันสวยจริงๆ เกือบบ่ายสองโมง ผมขับไปถึงยอดภูทับเบิก ซึ่งเป็นจุดกางเต็นท์ รถแน่นพอสมควรแล้ว แต่ผมจินตนาการไปว่าหากไม่มีข่าวน้ำท่วม ฝนกระหน่ำก่อนหน้านี้ ผู้คนจะล้นหลามขนาดใหนหนอ ช่วงบนๆไม่มีที่ให้จอดแล้ว ต้องมาจอดช่วงล่างๆ แล้วแบกเต็นท์และสัมภาระขึ้นไปเอง เล่นเอาหอบเหมือนกัน ล่วงเวลาเที่ยงไปยังไม่นาน ฟ้าเปิด แต่อากาศเย็นวูบวาบเลยทีเดียว วันนี้ช่างโชคดีจริงๆ ตั้งแต่ออกจากบ้าน จนถึงยอดภูทับเบิกไม่เจอฝนสักแหม่ะ แถมฟ้าโปร่งเป็นใจเสียอีก จุดกางเต็นท์หลักๆซีกด้านที่หันไปทางทิศเหนือยังว่าง ผมเลือกแถวนั้น กางเต็นท์เสร็จบ่ายอ่อนๆก็เดินเก็บภาพเรื่อยเปื่อย อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นอีก มีนักเหินเวหามาซ้อมบินกันด้วย ว้าว !!! โชดคีจังได้เห็นอะไรหวาดเสียวแบบนี้ วันนี้ลมคงเบามากๆ บางท่านคอยกระแสลมกันตั้งเนิ่นนาน แล้วทะยานบิน บางท่านก็บินไม่ขึ้น ท่านที่บินขึ้นก็โฉบไปดุจดั่งพญานก วู้……… สะใจ กะหล่ำถูกปลูกลงทั่วทั้งดอย กำลังเบ่งบานงอกงาม ถ้าเทียบกับคน ตอนนี้คงกำลังเป็นวัยแตกพาน ก็แค่ผักกะหล่ำธรรมดา แต่ที่นี่ไม่ธรรมดา เพราะมันเป็นกะหล่ำสูงเสียดฟ้า ตะวันรอนๆ แสงแดดเริ่มระรวย แล้วก็ผ่านไป 1 วัน ก่อนรุ่งสางของวันใหม่ ตื่นตั้งแต่ก่อนสว่าง ผมออกมายืนเฝ้ามองดาว และ เดือน ที่อีกฟากนึง ฝั่งตะวันตก ก่อนจะลาลับไป เช้าของวันนี้ ส่วนอีกฟากฝั่งหนึ่ง ฝั่งตะวันออก ความเคลื่อนไหวเริ่มก่อตัว ผมเคยตะลึงกับทะเลหมอกเบื้องหน้ามาครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ที่หน้าภูลังการีสอร์ท จ.พะเยา ครั้งนี้อารมย์นั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง…. เกินกว่าจะบรรยาย ภาพเบื้องหน้าถูกบันทึกจากจุดกางเต็นท์บนยอดภูเขาที่สูงที่สุดของ จ.เพชรบูรณ์ กว่า 1700 เมตรจากระดับน้ำทะเล เบื้องล่าง… มีความเคลื่อนไหว…. พริ้ว และนุ่มนวล เบื้องบน…. เฝ้าจับตาทุกอิริยาบทความเคลื่อนไหวข้างล่างนั้น อยากให้ไปเห็นด้วยตาจริงๆครับ เคยได้ยินบางท่าน ที่เคยมา บอกว่า เปรียบตัวเองณ.เวลานั้น ว่าเหมือนว่าฉันได้เป็นนางฟ้า เหมือนว่าฉันได้เป็นเทพเบื้องบน เปรียบได้จริงๆครับ ตอนนี้ผมก็จินตนาการ…. แบบนั้น ที่จุดนี้ เราเห็นถนนสายคลายสิคเส้นที่เราขึ้นมาจากหล่มเก่า ชัดเจนมาก ถ้าเราได้เปรียบตัวเราได้อยู่บนวิมาน ถ้าอย่างนั้น ถนนเส้นนี้ น่าจะเปรียบได้ว่า “Angel Road” ก็ไม่ปาน ภูทับเบิก เป็นเป้าหมายหนึ่งของผมที่ต้องไปให้ได้… แล้วผมก็ได้ไป ทริปนี้มีเวลาสามวัน กะว่าไปกางเต็นท์ค้างบนนั้นทั้งสองคืน โดยไม่ต้องสนใจสถานที่ใกล้เคียงอี่นมากนัก ใหนๆก็อยากไปมานาน ก็เลยจะอยูชิลๆบนนั้นให้หายอยาก เช้าของวันนี้ ฟ้าสดใส อากาศหนาวพอประมาณ แสงแดดอุ่นๆตอนเช้าช่วยแก้หนาวได้ดีเลยทีเดียว มุมนี้เห็นทะเลหมอกอยู่ไกล เหนือภูเขากะหล่ำ บางโซนในทุ่งกะหล่ำ ก็เติบโตได้ที่ อาจจะได้เวลาเก็บเกี่ยวภายในเวลาไม่นานนี้ แสงแดดสาดส่องได้สักพัก ทะเลหมอกเบื้องล่างก็หนาตัวขึ้นอีกมากมาย จังหวะที่ลมแรงขึ้นมา ก็พัดพาเอาทะเลหมอกที่เบื้องล่าง ฟุ้งกระจายขึ้นมาเหนือทุ่งกะหล่ำ ทุ่งกะหล่ำเขียวขจีในเช้าของวันนี้…. มองไปไกลๆด้านใน ถนนเส้นทางที่มุ่งต่อไปยังหมู่บ้านชาวเขา ท้องฟ้าตอนสายๆ ถูกเมฆหมอกลอยลิ่วมาปกคลุมเป็นระยะ หลังจากมื้อเช้าที่เตรียมมาเอง อุปกรณ์ครบ ไม่ต้องกลัวอด (แต่ที่ร้านอาหารก็มีให้สั่งได้ตามต้องการ) อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก็จะไปเที่ยวภูหินร่องกล้า ทิ้งเต็นท์ไว้ที่เดิม ยังคงต้องกลับมาค้างอีก 1 คืน จากภูทับเบิกไป อช.ภูหินร่องกล้า 29 กม.ขับไปเกือบ ชม.เพราะขับได้ไม่เร็วนัก ถนนชำรุดเป็นระยะๆ ที่ลานหินแตก จอดรถตรงลานจอดรถ แล้วเดินไป สัก 400 เมตร ท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยงๆ แล้วก็ขับรถกลับมาจุดจอดรถอีกจุด เพื่อไปชม ลานหินปุ่ม ดอกหญ้าสวยๆข้างทาง ตามเส้นทางเดินไป ผาชูธง ลานหินปุ่ม ดอกไม้ ดอกหญ้า….. ริมทาง ผาชูธง ผู้คนมากมาย เข้าระยะประชิดไม่ได้ เลยต้องผ่านไป ลานหินปุ่ม คงไม่ต้องอธิบายถึงที่มาของชื่อ ดูกันใกล้ๆ บ่ายแก่ๆกลับมาที่ ภูทับเบิก เด็กๆเล่นกันสนุกสนานไม่กลัวหนาวเย็น ตกเย็น ถึงเพิ่งรู้ว่าเหนือจุดกางเต็นท์ขึ้นไปหน่อยนึง ยังมีจุดชมวิวอีกจุดนึง ค่ำแล้ว พระอาทิตย์ลาลับไป วันนี้ช่างผ่านไปรวดเร็วเสียจริงๆ คืนนี้ ทิ้งดาวไว้เกลื่อนฟ้า และดาวเกลื่อนดิน กลับสู่ภาวะเงียบงัน ภายใต้แสงไฟ แสงดาว และแสงเดือน กับความเย็นยะเยือก…. กว่าเมื่อคืนวาน ก่อนเช้าวันใหม่ รีบตื่นก่อนจะเริ่มมีแสงของเช้าวันใหม่จับขอบฟ้า ที่อีกฟากหนึ่ง พระจันทร์ยังช่วยส่องสว่างไปจนกว่าพระอาทิตย์จะมาทำหน้าที่แทน ที่ขอบฟ้า แสงของเช้าวันใหม่เริ่มจะมาแล้ว ผ่องอำไพ การเฝ้าคอยอย่างใจจดใจจ่อ แม้ลีลาท่าทางการขึ้นมาของพระอาทิตย์จะไม่งดงามนัก แต่ทุกคนก็ได้มายืนชมพระอาทิตย์ขึ้น บนจุดสูงสุดของ จ.เพชรบูรณ์ ที่ความสูงกว่า 1700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ไม่บ่อยครั้งนัก ที่เราจะได้เห็นพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าตัวเรา ทะเลหมอกวันนี้ เจือจางไปหน่อยนึง Angel Road เช้าวันนี้ก็ยังงดงาม ไม่ด้อยไปกว่าเมื่อวันวาน แสงแดดเช้านี้ให้ไออุ่นกับชาวเต็นท์ได้ไม่น้อย สายหมอกเหมือนกำลังจะไหลหนีไออุ่นจากแสงแดด ไปอีกฟากหนึ่ง เดินกลับลงมาข้างล่าง ชมทุ่งกะหล่ำกันต่อ อากาศยังหนาวเย็น กำลังดี ส่องไประยะไกลๆ พอสายหน่อย หมอกกลับหนาขึ้น มากกว่าเมื่อวานเสียด้วยซ้ำ มันอยู่ตรงเบี้องหน้านี่เอง อยากจะลงไปแหวกว่าย ในทะเลหมอก เสียจริงๆ เป็นอันว่าสองวันนี้สุดแสนประทับใจกับยอดภูทับเบิก เสียจริงๆ เกินกว่าความคุ้มค่าที่ได้มา ขอบคุณฟ้าฝน ที่ช่างเป็นใจเสียจริงๆ ขอบคุณโอกาส ที่ทำให้เราได้มา ขอบคุณข้อมูลจากห้องบลู ก่อนการเดินทาง ใครอยากไป แนะนำว่ารีบไปเถอะครับ แล้วนำความประทับใจกลับมาด้วย ^_^ รถเล็ก/ใหญ่ ไปได้สบาย เดินทางแค่6-7 ชม. แต่แนะนำว่า ลางานไปวันธรรมดาน่าจะสะดวกกว่า กะหล่ำกำลังเบ่งบาน พย.เป็นเดือนแห่งความงามบนภูทับเบิก ธค. อาจช้าไปหรือเปล่าไม่แน่ใจ หลายท่านอาจมีความสุขที่ได้เห็นจากคนอื่นถ่ายทอดให้ แต่การได้ไปเยือนเอง มีความสุขกว่าเป็นหลายเท่า ก่อนเที่ยงเก็บสัมภาระกลับ ตามเส้นทาง Angel Road สายเดิม สักวันฉันจะกลับมาเยือนใหม่…. ขับลงมาเจอถนนหลวงหมายเลข12 ที่มุ่งไปพิษณุโลก ขับไปทางนั้นไม่กี่กิโล เพื่อจะกลับผ่านทาเส้นเขาค้อ แล้วก็แวะชมวิวเขาค้อ…. ตามรายทาง ฐานอิทธิ อนุสรณ์สถาน ฐานกรุงเทพ สุดท้ายแล้วครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ติดตาม ขอบคุณมากๆครับ

แล้วค่อยเจอกันใหม่โอกาสต่อไป และทริปต่อๆไปครับ Chaowalker 10 พฤศจิกายน 2553

Comments are closed